เริ่มใหม่ด้วยทรัพยากรที่มี

The Action 001 : The Begining of the End
เริ่มใหม่ด้วยทรัพยากรที่มี – อ้อยทิพย์ เหราบัตย์

เมื่อไวรัสโคโรน่าแพร่ตัวเองด้วยการใช้มนุษย์เป็นพาหะ การเดินทางจึงเป็นมาตรการแรก ๆ ที่ถูกนำมาบังคับใช้ในทุกประเทศ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายของมนุษย์ 

และเมื่อไม่มีการเดินทางสัญจร จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง จะเป็นธุรกิจแรก ๆ ที่มองไปแล้วยังไม่เห็นวันข้างหน้า ตราบใดยังไม่พบเครื่องมือในการป้องกันโควิด-19 ได้ดีกว่านี้

“ถ้าย้อนกลับไปในธุรกิจท่องเที่ยว เราเริ่มรู้สึกตัวว่าธุรกิจเริ่มไหลลงมาตั้งแต่มกราคมแล้ว จากที่เคยมียอดเข้าพักเก้าสิบถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ไหลลงมาเกือบครึ่งหนึ่ง ก็เริ่มคุยกันว่ามีอะไรผิดปกติแล้ว แต่ก็ยังคิดว่าน่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีผลกระทบรุนแรงมากแบบทุกวันนี้ จนพอถึงช่วงมีนาคมก็เหมือนเป็นเรื่องที่ช็อกกันทั่วโลก แต่เราได้รับผลกระทบก่อนใครเนื่องจากว่าธุรกิจเราพึ่งพาคนจีนที่เข้ามาในประเทศ อัตราการเข้าพักไหลลงเหลือศูนย์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”

คุณอ้อยทิพย์ เหราบัตย์ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท เอเชียโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังถึงผลกระทบตั้งแต่ช่วงต้น

คลื่นลูกยักษ์นี้หอบเอาความหวังของผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เคยชื่นบานกับตัวเลขช่วงไฮซีซั่นม้วนกลับไปด้วย หลายโรงแรมไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ต้องพักกิจการชั่วคราว บ้างเลือกตัดวงจรด้วยการปิดกิจการแล้วมองหาความหวังก้อนใหม่ แต่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ เลือกที่จะสู้ต่อท่ามกลางช่วงเวลาที่ไฟจากห้องพักยังปิดสนิท ด้วยการทำสิ่งซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือเปิดครัวโรงแรมเอเชียขึ้นที่ด้านหน้าโรงแรม ให้บริการอาหารกล่องแบบเดลิเวอรี่ ในราคา 80 บาท เพื่อหล่อเลี้ยงพนักงาน

“เราคิดถึงคนในครอบครัวของเราก่อนก็คือพนักงาน เรามีพนักงานห้าร้อยกว่าคน แล้วก็ยังมีครอบครัวเขาด้วย ถ้ารวมแล้วก็เป็นหลักพันคนที่พึ่งพาธุรกิจของโรงแรมเอเชียอยู่ ดังนั้นก่อนที่เราจะไปคิดว่าธุรกิจเราจะผ่านไปได้ยังไง เราต้องคิดว่าเราจะเอาคนของเราผ่านวิกฤตินี้ไปได้อย่างไรก่อน” 

ทางเลือกในการเปิดครัวโรงแรมเอเชีย เป็นการคิดจากพื้นฐานอาชีพซึ่งมีทรัพยากรเป็นห้องพักและห้องอาหารที่สร้างรายได้ และอาหารก็เป็นปัจจัยพื้นฐานในการต่อลมหายใจ

“เมื่อปัญหามา ตกใจได้ แต่ว่าต้องดึงสติกลับมาให้เร็วที่สุด แล้วมาคิดถึงว่าปัญหานี้เราจะแก้ไปยังไง โอกาสที่เราจะออกจากปัญหานี้มีทางไหนบ้าง ย้อนกลับมาดูรอบตัวเอง ดูว่าเรามีทรัพยากรอะไรบ้างในตัวเรา ในองค์กรของเรา ดึงมันออกมา เราตั้งครัวโรงแรมเอเชียขึ้นมา ผลักมันออกไปข้างหน้า เพราะต้องประหยัดต้นทุนด้วยกันตัดระบบแอร์ออกไป สิ่งหนึ่งก็เพื่อเรียกแขกด้วย เป็นจุดที่เราไม่เคยทำเลย เราไม่เคยทำอาหารกล่อง เราไม่เคยทำอะไรที่เป็นแมสขนาดนี้”

การต้องพักกิจการส่วนห้องพักซึ่งเป็นรายได้หลักของโรงแรม แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบไปถึงพนักงานทุกระดับ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเด็ดขาด” เป็นสิ่งซึ่งอยู่ในความคิดของเธอ 

“เราถามแทบจะเรียงตัวเลย กระจายกำลังจากหัวหน้าแผนก ถามทุกคนว่าใครมีปัญหาอะไร ใครเดือดร้อนเรื่องอะไร ถามกระทั่งว่าบ้านอยู่ตรงไหน ที่บ้านมีกันกี่คน เราเริ่มต้นด้วยการบอกว่าทุกคนสามารถเดินเข้ามากินข้าวที่โรงแรมได้นะ ไม่ทำงานก็เดินมากินได้ ก็มีคำถามว่าแล้วที่บ้านหนูมีลูกมีพ่ออยู่ด้วย หนูจะทำยังไง เราก็บอกว่า ไม่เป็นไร เอาปิ่นโตมา เอาข้าวกลับไป เอาไปให้คนที่บ้าน คนที่สามารถมาทำงานได้ มาทำงานหน้าร้าน ทุกคนไม่ว่าจะมาจากตำแหน่งไหน ในครัวโรงแรมเอเชียเราได้เงินเท่ากันหมด”

และการปรับระดับจากบนลงล่าง จากล่างขึ้นบนจนมีฐานที่เท่าเทียม ทั้งผู้บริหาร พนักงานทุกแผนก จนถึงแม่บ้าน อยู่ด้วยกันที่หน้าครัว พนักงานต้อนรับมาคอยรับออร์เดอร์ พนักงานส่งเอกสารและพนักงานคนอื่นๆ ที่มีมอเตอร์ไซค์ ก็เปลี่ยนตัวเองมาเป็นพนักงานส่งอาหาร ฯลฯ การกอดคอสู้ไปด้วยกัน  ทำให้เธอได้เห็นน้ำใจที่งอกงามจากวิกฤติ 

“เราพยายามอย่างดีที่สุดที่จะเซอร์วิสลูกค้าที่ให้ความกรุณาเรา  สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงแค่แพ็กเกจจิ้งกับราคาเท่านั้นเอง คุณภาพอาหารยังเหมือนเดิม แปดสิบบาทนี้เป็นต้นทุนของอาหารและค่าแรงพนักงานที่จะทำให้เราผ่านพ้นตรงนี้ไปได้

 “ในช่วงต้นเราอยู่ที่ครัวด้วยกันทุกวัน จนระยะหลังมาสักสองสัปดาห์นี้เองที่ดิฉันเริ่มจะถอยกลับออกมาเพื่อไปแก้ไขปัญหาอื่น เรายังพูดคุยกันเล่น ๆ ว่าเราได้อาบเหงื่อต่างน้ำกันจริง ๆ เพราะเราอยู่กันหน้าเตาในช่วงเดือนเมษายน ตั้งแต่ส่วนผู้บริหารและหัวหน้าทุกแผนกมายืนกันเป็นสิบชั่วโมงที่หน้าร้าน เจอปัญหาทุกวัน ปรับปรุงกันวันต่อวัน สำหรับดิฉัน ในวิกฤตินี้มันเกิดความสามัคคี มันเกิดน้ำใจ ที่เราค้นพบกันได้”

“จนถึงวันนี้ระยะเวลาผ่านมาพอสมควร เราเองในภาคส่วนธุรกิจท่องเที่ยวก็เริ่มได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลพอสมควร จากประกันสังคมและการชดเชยต่าง ๆ แม้ว่าที่ผ่านมาอาจจะมีความผิดพลาดสับสน และอาจจะยังมีหลายส่วนที่รอคอยกันอยู่ ก็ขอให้รัฐบาลเกลี่ยความช่วยเหลือไปให้ทั่วถึง ดิฉันมองว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากล่าวโทษใคร เป็นเวลาที่เราจะต้องมาร่วมมือแล้วเดินต่อไปข้างหน้าด้วยกัน ไม่ต้องหาต้นตอว่าปัญหาคืออะไร แค่หาวิธีแก้ปัญหา แล้วเราจะรอดไปพร้อม ๆ กัน”

เมื่อถามถึงอนาคตของภาคการท่องเที่ยวหลังจากนี้ อ้อยทิพย์มองว่าธุรกิจท่องเที่ยวที่พึ่งพาชาวต่างชาติยังต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร สิ่งที่พอจะช่วยให้ลุกยืนขึ้นได้บ้าง ก็คือการพึ่งพาคนไทยด้วยกันเองก่อน “น่าจะเป็นการกลับมาช่วยกันในเรื่องไทยเที่ยวไทย อุดหนุนคนไทยเพื่อให้เกิดวงจรเศรษฐกิจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง” ส่วนการปรับตัวของโรงแรมเอเชียเองนั้น จะมีส่วนที่ต่อยอดธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ ซึ่งเธอเห็นโอกาสจากการลงมือทำในวิกฤติ 

“ในวันนี้เราใช้วิกฤติที่ทำให้เกิดประสบการณ์ของเรามาปรับปรุงเพื่อเข้าสู่ธุรกิจขายอาหารออนไลน์เต็มตัว ซึ่งหลังจากวิกฤตินี้คงเป็นสิ่งที่พวกเราเคยชินกันแล้ว วิถีชีวิตคงจะเปลี่ยนไปมากพอสมควร อีกสิ่งหนึ่งที่เราค้นพบในวิกฤตินี้ก็คือ ศักยภาพของพนักงานในหลาย ๆ แผนก ทุกคนที่ลงมาอยู่หน้างานและเข้ามาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันต่อยอด ในส่วนที่เราจะดำเนินธุรกิจไปข้างหน้าด้วยกัน”

“โควิด-19 อาจจะทำลายวงจรเศรษฐกิจ วงจรชีวิต และอะไรไปหลายอย่าง แต่ก็ทำให้เราได้กลับมาตั้งสติเริ่มต้นกันใหม่ เพราะจริง ๆ แล้วในวงจรทั่วไป ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้น โอกาสที่แต่ละสิ่งจะเริ่มต้นใหม่มันยากมาก วันนี้อย่ามองสิ่งที่ไม่ดี ให้มองสิ่งดี แล้วเราจะเริ่มต้นทุกอย่างไปได้ อย่างเรามีโรงแรมเอเชียอยู่ที่พัทยาและชะอำ ทำให้ได้เห็นภาพชัดว่าวิกฤตินี้เขาให้ธรรมชาติที่สวยงามกลับคืนมา เราเชื่อว่าหลังจากนี้เราจะมีโรงแรมที่มีหาดสวยงาม สะอาด และอากาศดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น”

แม้ว่ามรสุมลูกนี้จะซัดแรงจนพานให้หลายชีวิตซวนเซ แต่หากรู้จักมองหาสิ่งดีที่เหลืออยู่ โอกาสของการเริ่มต้นใหม่ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

Related Posts